ตำรวจสืบสวนภาค 7 สนธิกำลังหลายหน่วย บุกจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์กว่า 50 คน ซุกป่าละเมาะริมถนนสาย 333 ด่านช้าง–อู่ทอง หลังชาวบ้านร้องเรียนมานาน พบทำเป็นขบวนการ รับงานจากนายหน้าทางโทรศัพท์ หัวละ 500 บาท

สุพรรณบุรี – ตำรวจสืบสวนภาค 7 เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี หลัง พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ตำบลสระกระโจม อำเภอดอนเจดีย์ ว่ามีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาพักหลบซ่อนและกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง
จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.พุฒิเศรษฐ์ ใหลประเสริฐ รองผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.7 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์สยาม จิตวิสุทธิ์ศรี สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.7 นำกำลังสืบสวนหาข่าว โดยประสานร่วมกับ พ.ต.ท.ธนชาติ เกิดผล สว.กก.ปพ. บก.สส.ภ.7 พ.ต.ท.ธนพล จันทร สว.ตม.จว.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ สนธิกำลังเข้าพื้นที่เป้าหมาย
จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณป่าละเมาะริมถนนสาย 333 ด่านช้าง–อู่ทอง มีร่องรอยการพักอาศัยของกลุ่มคนจำนวนมาก ทั้งกล่องโฟมใส่อาหาร ขวดน้ำดื่ม ถุงขนม และขยะกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังดักซุ่ม กระทั่งช่วงเช้ามืดวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พบรถกระบะมีคอก 2 คัน และรถกระบะสี่ประตู 1 คัน ขับเข้ามาจอด โดยรถทั้งสามคันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า
เมื่อแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวทั้งชาย หญิง และเด็ก อัดแน่นอยู่ท้ายรถ รวมกว่า 50 คน จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่ สภ.ดอนเจดีย์
จากการตรวจสอบพบเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 52 คน แบ่งเป็นชาย 27 คน หญิง 22 คน และเด็ก 3 คน โดยแรงงานต่างด้าว 49 คน มีบัตรจุดผ่านแดน ข้ามสะพานแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จังหวัดเชียงราย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนขับรถกระบะทั้ง 3 คัน คือ นายเด่น อายุ 40 ปี นายพิชัย อายุ 35 ปี และนายวาทิต อายุ 31 ปี ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าทางโทรศัพท์ให้ไปรับแรงงานจากพื้นที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก นำมาส่งในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้ค่าจ้างหัวละ 500 บาท และทำมาแล้วเป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะถูกจับกุมในครั้งนี้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถทั้ง 3 คน ในข้อหา “นำพา ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 52 คน ถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ภายหลัง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. พบว่าจุดดังกล่าวเป็นเนินดินของชาวบ้าน มีป่าหญ้าและต้นไม้รกทึบ เหมาะแก่การใช้เป็นจุดพักหลบซ่อน โดยยังพบขยะ ซองบุหรี่ และสิ่งของจากประเทศเมียนมากระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชาวบ้านยืนยันว่าพบการลักลอบนำแรงงานมาปล่อยในจุดนี้มานาน ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ที่ผ่านมาแจ้งเบาะแสแล้วไม่คืบหน้า จนกระทั่งมีการร้องเรียนตรงถึงตำรวจภาค 7 จึงนำไปสู่การจับกุมครั้งใหญ่ดังกล่าว







มงคล สว่างศรี / สุพรรณบุรี