ไฟป่าบนภูเขาพื้นที่หมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ ยังไม่สามารถควบคุมได้ หลังลุกลามเข้าใกล้พื้นที่อยู่อาศัย ชาวบ้านและ อบต.เร่งทำแนวกันไฟตลอดคืน ขณะเจ้าหน้าที่คาดสาเหตุอาจเกิดจากการจุดเผาป่าเพื่อให้ผักหวานแตกยอดอ่อน

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 ก.พ. 2569 ชาวบ้านแจ้งเหตุไฟป่าบนภูเขาในพื้นที่หมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยเปลวไฟลุกลามใกล้ชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพลนำรถดับเพลิงเข้าฉีดสกัด แต่สภาพพื้นที่เป็นไหล่เขาชัน รถไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ ทำได้เพียงระดมฝ่ายปกครองและชาวบ้านช่วยกันทำแนวกันไฟป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าหมู่บ้าน กระทั่งช่วงเย็นเกิดลมกระโชกแรง ทำให้ไฟปะทุและลุกโชนอีกครั้ง ลามไปยังพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำแนวกันไฟ ก่อนจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม ไฟยังคงไหม้บริเวณด้านบนของภูเขา ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา

ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกปีมักเกิดไฟป่าซ้ำบริเวณเดิม คาดว่าอาจเกิดจากการจุดไฟเผาป่าเพื่อกระตุ้นให้ต้นผักหวานป่า (Melientha suavis) แตกใบอ่อนสำหรับเก็บบริโภคหรือจำหน่าย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตามฤดูกาล นักวิชาการด้านทรัพยากรป่าไม้ระบุว่า การเผาป่าทำให้โครงสร้างดินเสื่อมโทรม สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และเพิ่มความเสี่ยงฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากการเผาไหม้ชีวมวลในที่โล่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของหมอกควันภาคเหนือและภาคกลางตอนบนช่วงฤดูแล้ง
ขณะเดียวกัน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ ออกโทรสารแจ้งเตรียมความพร้อมรับมือฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงช่วงวันที่ 18–21 ก.พ. 2569

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 วันที่ 18 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ จุดตรวจวัดสวนเพชบุระ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ วัดได้ 29.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับ “คุณภาพอากาศปานกลาง” พร้อมแนะนำประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาอยู่กลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และหากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์




