เกษตรกรหล่มสักอ่วม ราคากะหล่ำปลีตกต่ำหนัก รับซื้อหน้าสวนเพียงกิโลกรัมละ 1–3 บาท ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนที่ 8 บาท บางรายจำใจปล่อยทิ้งในแปลง เพราะไม่คุ้มค่าแรงตัดและค่าขนส่ง

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคากะหล่ำปลีในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกผักและตลาดค้าส่งผักขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง กำลังเผชิญภาวะราคาตกต่ำอย่างหนัก โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านปากดุก ตำบลปากดุก อำเภอหล่มสัก พบเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีหลายรายได้รับผลกระทบจากราคาที่ลดลงต่อเนื่อง
นางสมใจ ดาเขียว เกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในพื้นที่ เปิดเผยว่า ราคากะหล่ำปลีไม่ขยับมาตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่ แม้เกษตรกรจะพยายามอดทนทำต่อไปด้วยความหวังว่าราคาจะปรับตัวดีขึ้น แต่กลับยิ่งทำได้ยาก เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรง อีกทั้งสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้การเพาะปลูกยิ่งลำบาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือหรือหามาตรการพยุงราคา เพื่อให้เกษตรกรยังสามารถดำรงอาชีพต่อไปได้
จากการสำรวจพบว่า ราคารับซื้อกะหล่ำปลีหน้าสวนอยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 1–3 บาท ขณะที่ราคาขายส่งกะหล่ำปลีเขียวที่ตลาดผักเสียงอดิศร หรือ “ตลาดช้างแดง” อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 3 บาท แต่ต้นทุนคุ้มทุนของเกษตรกรอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 8 บาท ส่งผลให้เกษตรกรบางรายจำใจปล่อยกะหล่ำปลีทิ้งในแปลง เพราะไม่คุ้มค่าแรงตัดและค่าขนส่ง ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่าค่าขนส่งอาจปรับตัวสูงขึ้น จากกระแสความตื่นตระหนกเรื่องน้ำมันในพื้นที่หล่มสัก–หล่มเก่า โดยผลผลิตชุดนี้ยังถือเป็นชุดแรกที่เริ่มเก็บเกี่ยวได้ หลังจากพื้นที่เพาะปลูกเพิ่งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา




