เงาเงินล้าน ลอยหายกลางระบบ เสียงชาวบ้านดังถึงกรุงเทพฯ แต่คำตอบยังเงียบงัน

วันนี้ (31 มี.ค. 2569) เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ นำตัวแทนประชาชนจาก 8 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ศรีสะเกษ ระยอง เพชรบูรณ์ พิษณุโลก มหาสารคาม นครราชสีมา และอำนาจเจริญ ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐรับผิดชอบกรณีเงินสมาคมฌาปนกิจสูญหายและล้มเลิกหลายแห่ง ทั้งที่มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 10 ล้านคน และมีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 70,000 ล้านบาท

นายรณรงค์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสมาคมฌาปนกิจทั่วประเทศกว่า 3,800 แห่ง แต่กลับขาดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบทบาทนายทะเบียนในพื้นที่ที่ไม่เข้มงวด ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ นำไปสู่การบริหารผิดพลาดและส่อทุจริต
ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ สะท้อนว่า มีการส่งเงินสะสมมานานหลายสิบปี แต่สุดท้ายไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินหายไปไหน อีกทั้งยังไม่สามารถดำเนินคดีฐานฉ้อโกงได้ เนื่องจากไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ พบข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการบางแห่งนำเงินฌาปนกิจไปปล่อยกู้ให้กองทุนหมู่บ้าน โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ซึ่งขัดต่อข้อบังคับที่ห้ามแสวงหากำไร และยังมีการปล่อยกู้ซ้อนในระบบ โดยนายทุนในหมู่บ้านร่วมกับกรรมการกองทุน ปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกเพื่อนำไปปิดหนี้เดิมแล้วกู้ใหม่ในแต่ละปี ขณะที่ดอกเบี้ยบางกรณีสูงถึงร้อยละ 6 เข้าข่ายผิดหลักการบริหารเงินสาธารณะ โดยชาวบ้านได้เข้าชื่อร้องขอให้ตรวจสอบบัญชีตาม พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 78-109) รวมถึงกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับสมาคม พ.ศ.2499








