ดราม่าร้อนทั้งจังหวัด! หลังอินฟูลเอนเซอร์อ้าง “กะหล่ำปลี” อาจเป็นต้นเหตุทำควายเผือกตาย 7 ตัว-ลูกนกกระจอกเทศล้มตาม จุดชนวนโซเชียลแตกเป็นสองเสียง ขณะเกษตรกรผู้เลี้ยงควายหล่มเก่าลั่น “อย่าด่วนโยงสารพิษ” เตือนให้อาหารผิดวิธีอาจตายได้เหมือนกัน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นร้อน “กะหล่ำปลีเพชรบูรณ์” กำลังกลายเป็นดราม่าสะเทือนวงการเกษตร หลังอินฟูลเอนเซอร์ต่างจังหวัดที่เข้ามาพำนักใน จ.เพชรบูรณ์ ออกมาสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียล อ้างว่า “กะหล่ำปลี” อาจเกี่ยวข้องกับการตายของควายเผือกถึง 7 ตัว และลูกนกกระจอกเทศอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องสารพิษตกค้าง จนเกิดเสียงวิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์ บางฝ่ายเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งตรวจสอบ ขณะที่อีกด้านกังวลภาพลักษณ์ “กะหล่ำปลีภูทับเบิก” อาจเสียหายหนัก
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ นายณรงค์ศักดิ์ ตัญญาภักดิ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวควายใน อ.หล่มเก่า ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ยืนยันหนักแน่นว่า แม้อยู่ใกล้แหล่งปลูกกะหล่ำปลีรายใหญ่และเคยทำไร่เอง แต่ “ไม่เคย” นำใบกะหล่ำปลีมาเลี้ยงวัวหรือควาย เพราะเสี่ยงเกิดอาการ “ท้องอืด” จากการหมักในกระเพาะ เช่นเดียวกับใบมันสำปะหลัง ใบกระถิน หรือหญ้าอ่อน หากสัตว์กินมากเกินไปหรือเปลี่ยนอาหารกะทันหัน อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้องที่ต้องสังเกตอาการทุกวัน
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านสัตวแพทย์ชี้ว่า การสรุปว่า “กะหล่ำปลีมีพิษ” หรือเป็นต้นเหตุการตายของสัตว์ จำเป็นต้องมีผลชันสูตรและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการรองรับ เพราะสาเหตุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งอาหาร โรค การจัดการเลี้ยงดู หรือสารตกค้าง ขณะที่โซเชียลยังถกเดือด หลายคนเรียกร้องให้เปิดข้อเท็จจริงแบบ “วิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความรู้สึก” ก่อนที่ดราม่าจะลุกลามกระทบเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำทั้งจังหวัด







