กรมบังคับคดีอำนวยความสะดวกชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองทองอัคราในพื้นที่เพชรบูรณ์และพิจิตร ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีแบบกลุ่ม พร้อมย้ำกำหนดเส้นตาย 22 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิในการรับการเยียวยาตามกฎหมาย

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่วัดราษฎร์ศรัทธาราม อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมบังคับคดีลงพื้นที่ให้บริการรับคำขอชำระหนี้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ สว2/2559 และคดีหมายเลขแดงที่ สว3/2562 ซึ่งกำหนดให้มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตจากการทำเหมืองทองคำ
นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นคำขอรับชำระหนี้ โดยผู้มีสิทธิจะต้องเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบในช่วงปี พ.ศ. 2545–2559 ทั้งนี้ ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจะแตกต่างกันไปตามลักษณะและระดับความเสียหายของแต่ละบุคคล หลังจากยื่นคำขอแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามกระบวนการทางกฎหมาย
อธิบดีกรมบังคับคดีกล่าวว่า การจ่ายเงินเยียวยาจะขึ้นอยู่กับกระบวนการบังคับคดีและการรวบรวมทรัพย์สินของบริษัทจำเลย โดยกรมบังคับคดีจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับชำระหนี้มากที่สุด สำหรับการรับคำขอในพื้นที่วังโป่งจะมีต่อเนื่องถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิจิตร พร้อมขอให้เร่งยื่นคำขอภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิและให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย









