วันพุธ, 10 มิถุนายน 2569
/home2/cp449816/public_html/phetchabun.online/wp-content/themes/smartvariety_1.0.7/template-parts/search-form-xs.php on line 7
" placeholder="ค้นหา">

เพชรบูรณ์ ผลสุ่มตรวจผัก 5 อำเภอเพชรบูรณ์ ไม่พบสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐาน หลังดราม่าควายกินกะหล่ำปลีตาย

หน่วยงานหลักร่วมสุ่มตรวจผลผลิตทางการเกษตร 40 ตัวอย่างในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังเกิดกระแสดราม่าอินฟลูเอนเซอร์อ้างควายกินกะหล่ำปลีแล้วตาย ผลสุ่มตรวจผัก ไม่พบสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐาน ขณะที่สังคมยังตั้งคำถามถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 จากกรณีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเผยแพร่คลิปและข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าควายเผือกจำนวน 7 ตัว และลูกนกกระจอกเทศบางส่วนตายหลังจากกินกะหล่ำปลี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักในจังหวัดเพชรบูรณ์ สื่อมวลชนในพื้นที่จึงยื่นหนังสือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและราคาผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่

ผลการตรวจสอบร่วมของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ ได้สุ่มเก็บตัวอย่างผลผลิตทางการเกษตร 40 ตัวอย่าง จากพื้นที่อำเภอหล่มสัก วังโป่ง ชนแดน เขาค้อ และหล่มเก่า เพื่อตรวจวิเคราะห์สารตกค้างด้วยชุดตรวจยาฆ่าแมลง GT Test Kit ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเคมีตกค้าง 28 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 70 และพบสารตกค้างในระดับปลอดภัย 13 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 30 โดยไม่พบตัวอย่างใดมีสารเคมีตกค้างเกินเกณฑ์ความปลอดภัย ขณะที่ปศุสัตว์ให้ข้อมูลว่า สัตว์เคี้ยวเอื้องที่ได้รับกะหล่ำปลีหรือผักบางชนิดในปริมาณมาก อาจเกิดภาวะท้องอืดจากแก๊สสะสมจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม แม้ผลตรวจเบื้องต้นจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและเกษตรกร แต่ยังมีคำถามสำคัญที่รอคำตอบจากหน่วยงานรัฐ คือ สาเหตุที่แท้จริงของการตายของควายทั้ง 7 ตัวและลูกนกกระจอกเทศเกิดจากอะไร มีการชันสูตรและตรวจทางห้องปฏิบัติการครบถ้วนแล้วหรือไม่ รวมถึงหากผลตรวจยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากสารเคมีตกค้าง ใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีและภาพลักษณ์สินค้าเกษตรของจังหวัดเพชรบูรณ์ ขณะที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยผลการตรวจสอบทุกมิติอย่างโปร่งใส เพื่อยุติข้อสงสัยและคืนความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการเกษตรของจังหวัด